1JZ-GTE เครื่องยนต์ที่มหาชนต้องรู้จัก

0
93,690 views

สวัสดีกับคอลัมน์ใหม่ ใน “รู้รถ ดอทคอม” ที่นำเสนอความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์รุ่นต่างๆ ที่คนไทยนิยมนำมาใช้วางในรถรุ่นต่างๆ เป็นการเดินประกบคอลัมน์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นความรู้ว่าในเครื่องบล็อกนั้นๆ มันมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง อาจจะดูว่าเป็นเครื่องบล็อกเดียวกัน แต่รายละเอียดอุปกรณ์บางจุดมีความแตกต่าง เพราะมีใช้อยู่ในรถหลายรุ่น และการเลือกซื้อเครื่องยนต์ ก็ต้องพิจารณาถึงรถที่จะนำมาวาง ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร เหมาะกับเครื่องตัวไหน บางทีซื้อมาผิด ก็วางได้ยากขึ้น และดัดแปลงมากขึ้น อาจจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ซึ่งตรงนี้เราจะนำมาขยายความให้อ่าน เพื่อพิจารณาในการซื้อเครื่องมาวาง ประเดิมคอลัมน์กับเครื่องยอดฮิตตลอดกาล อย่าง 1JZ ที่เรียกว่าเครื่องมหาชนเลยก็ว่าได้ เราจึงต้องรู้จักมันให้ถ่องแท้ ไม่แน่วันหนึ่งมันอาจจะมาอยู่ในรถของท่านก็เป็นได้

มีทั้งแบบตัวผู้และตัวเมีย
เครื่องยนต์ 1JZ เป็นแบบ 6 สูบเรียง ความจุ 2.5 ลิตร ที่ผลิตขึ้นมาในช่วงปี 1990 เพื่อมาแทนบล็อก 6 สูบ ตัวเก่าดั้งเดิมอย่าง 7M ความจุ 3.0 ลิตร ที่สมัยก่อนเครื่อง 7M-GTE เทอร์โบ ฮิตกันมากในการวางรถขนาดกลางและใหญ่ รวมถึง กระบะซิ่ง ทั้งหลาย มีแรงม้าถึง 240 ตัว และ 1G ความจุ 2.0 ลิตร ที่เข้าขั้นเป็นเครื่องในตำนานไปแล้ว มีแรงม้า 185-210 ตัว ซึ่งมันก็แรงในยุคนั้น แต่ยุคใหม่ต้องแรงขึ้น เลยมีการผลิตเครื่อง 1JZ ขึ้นมา ก็เพื่อใช้กับรถสปอร์ต และรถนั่งขนาดกลางของ TOYOTA พูดถึงเครื่องตัวเมีย (มีหอย) ถ้าจะสุภาพก็คือ เครื่องเทอร์โบ อย่าง 1JZ-GTE กันก่อนครับ เพราะได้รับความนิยมสูงสุด เครื่องรุ่นนี้จะมีวางอยู่รถหลายรุ่นเลย อย่างเช่น SUPRA JZA70, SOARER JZZ30, MARK II และ CHASER JZX90 เป็นต้น สำหรับเครื่อง SUPRA ก็จะมีข้อพิเศษ คือ เป็นเกียร์ธรรมดา ซึ่งตอนนี้เป็นที่ต้องการของตลาดมาก เครื่องหาไม่ยากหรอก แต่เกียร์ธรรมดาของมันแท้ๆ นี่แหละหายาก ขาซิ่งจ้องตาเป็นมัน และราคาก็จะโดดกว่าเกียร์ออโต้พอสมควร เพราะส่วนใหญ่จะมาเป็นเกียร์ออโต้ เนื่องจากรถ SUPRA คนส่วนใหญ่จะเก็บกัน เพราะเป็นสปอร์ตที่คนนิยมเล่น มันเลยหายากหน่อย
สำหรับรายละเอียดของเครื่อง 1JZ-GTE ถ้ามองภายนอกก็เหมือนกัน แต่ถ้ามาจากรถรุ่นที่ต่างกัน จุดที่ดูก็คือ แคร้งค์น้ำมันเครื่อง จะมี 3 แบบ คือ แคร้งค์หน้า จะอยู่ในพวก MARK II, CHASER ส่วนแคร้งค์หลัง จะอยู่ใน SUPRA และ SOARER และมีตัวประหลาด คือ แคร้งค์กลาง จะอยู่ใน CROWN JZS133 แต่ส่วนใหญ่แล้ว การนำมาวางก็จะนิยม แคร้งค์หน้า กันมาก วางได้ในรถขับหลังเกือบทุกรุ่น นิยมมากก็เป็น CEFIRO A31 ที่วางกันจนเป็นเครื่องติดรถกันไปแล้ว คนเรียกมันว่า JZA31 เรียกว่าลืมเครื่อง RB ของมันไปเลยก็ว่าได้ สำหรับเรื่องแคร้งค์ มีกรณียกเว้นรถบางรุ่น เช่น VOLVO และ ISUZU ที่ต้องใช้แคร้งค์หลัง เพื่อวางเครื่องให้ต่ำลง ยกตัวอย่าง VOLVO ถ้าเอาเครื่องแคร้งค์หน้ามาใส่ก็ได้ครับ แต่จะต้อง ขยับจุดยึดเหล็กกันโคลง ต่ำลงมาประมาณ 3 นิ้ว ซึ่งทำให้เกิดผลเสีย เหล็กกันโคลงทำงานผิดมุม รถจะขับแย่ลง ถ้าใส่แคร้งค์หลัง ก็ไม่ต้องเลื่อนจุดยึดของเหล็กกันโคลง รถจะขับดีเหมือนเดิมครับ สำหรับการเลือกซื้อเครื่อง สามารถ สลับแคร้งค์ กันได้ อย่างไปเจอเครื่องแคร้งค์หน้า แต่เราจะเอาแคร้งค์หลัง พวกนี้จะมีขายเอาไว้สลับ ก็เพิ่มเงินไปตามความหายาก เพราะพวกแคร้งค์หลัง กับแคร้งค์กลางจะหายากกว่าแคร้งค์หน้าครับ
1JZ-GTE มีรุ่นใหม่สุด มาพร้อมระบบ VVT-i เรียกกันติดปากว่า “หนึ่งเจ วีวี เทอร์โบ” นั่นเอง จะเปลี่ยนยุคใหม่ ประมาณปี 1996-1997 ขึ้นมา มีการเปลี่ยนแปลงจากระบบ ทวินเทอร์โบแบบเรียงลำดับการทำงาน (Sequential Turbo) ตัวเล็กทำงานก่อน ตัวใหญ่ทำงานรอบสูง ใน 1JZ-GTE ตัวก่อน มาเป็นแบบเทอร์โบเดี่ยว เนื่องจากตัวเครื่องพัฒนาใช้ระบบ VVT-i แล้ว จึงมีแรงบิดดีที่รอบต่ำถึงรอบสูง เพื่อช่วยในด้านอัตราเร่ง และความประหยัด ดูตัวเลขแรงบิดสูงสุด มาในรอบเพียง 2,400 รอบเท่านั้น อย่างกับเครื่องดีเซลเลย จึงไม่ต้องอาศัยเทอร์โบคู่อีกต่อไป แต่ข้อจำกัดของเครื่องตัวที่มี VVT-i คือ จะต้องวายริ่งสายไฟให้ครบระบบจริงๆ แม้แต่หน้าปัดของตรงรุ่นเครื่องก็ต้องเอามาใช้ เพื่อต่อสัญญาณให้ครบ ก็มีหลายคนที่วางแล้วไม่จบเรื่องวายริ่ง ดังนั้น ถ้าจะเล่นเครื่องรุ่นนี้ ก็ต้องวายริ่งให้จบถึงจะดีครับ

ทน แรง ไม่แพง
เครื่อง 1JZ-GTE มีความนิยมสูง เนื่องจากมีข้อดีในด้านความทนทาน เครื่อง TOYOTA จะเน้นเรื่องนี้เป็นพิเศษ เป็นที่ประจักษ์กับสายตามหาชนกันแล้ว ไม่ว่าจะวางใช้งานทั่วไป หรือเอาไปโมดิฟายซิ่ง Drag หรือ Drift ก็นิยมกันมาก สามารถโมดิฟายได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ภายในมากนัก แม้จะพังก็ซื้อเครื่องใหม่ได้ง่าย หาไม่ยาก จุดดีอีกประการ คือ ใช้ระบบอ่านค่าอากาศแบบ MAP Sensor ซึ่งจะวัดการไหลของอากาศที่หลังท่อไอดี เป็นระบบที่ไม่จุกจิก ท่ออากาศหลุดก็ยังวิ่งได้ไม่วอดดับสนิท ซึ่งสมัยก่อนเครื่อง TOYOTA จะใช้แอร์โฟล์วมิเตอร์แบบบานประตู ถ้าสกปรกหรือเสื่อมเครื่องจะทำงานมีปัญหา วอดดับ เร่งไม่ขึ้น เบาไม่ได้ ก็เลยเปลี่ยนมาใช้ระบบ MAP ที่ทนทานและไม่ค่อยจุกจิก เลยเป็นข้อได้เปรียบตรงนี้อีกทาง ส่วนความแรงระดับ 280 แรงม้า บนเครื่องยนต์เดิม เหลือเฟือกับการใช้งาน จะโมดิฟายเพิ่มก็แล้วแต่ความหนักของเท้าขวาท่าน ยังไงก็ต้องเน้นวายริ่งสายไฟครบๆ หน่อย เครื่องจะได้ทำงานสมบูรณ์แบบ รวมถึงเครื่องบล็อกอื่นๆ ด้วย ถ้าวายริ่งสายไฟไม่ครบ ประสิทธิภาพจะหายไป คงเหลือแต่เครื่องที่ไร้เรี่ยวแรง และพังง่าย จากการทำงานที่เพี้ยนไปไม่สมบูรณ์ และข้อดีอีกอย่าง คือ ติดแก๊สไม่ค่อยมีปัญหา จึงเป็นที่นิยมต่อเนื่องในยุคที่ LPG มาแรง และคิดว่ายังคงอยู่อีกนาน
สำหรับราคาเครื่อง 1JZ-GTE เกียร์ออโต้ ตอนนี้อยู่ประมาณ 30,000-35,000 บาท ราคาร่วงลงมาเยอะ เพราะคนหนีไปเล่นกระบะดีเซล หรือพวก Eco Car, 1500 CC. กันส่วนมาก ถ้าเป็นเกียร์ธรรมดา ต้องมี 40,000 บาท ขึ้นไป มันแพงที่เกียร์นี่แหละ ส่วนเครื่อง VVT-i ราคากลับไม่หนีจากตัวธรรมดามากนัก เพราะคนไม่ค่อยนิยม ยังกลัวๆ เรื่องวายริ่งสายไฟกันอยู่ เนื่องจากเครื่องรุ่นใหม่ระบบจะ Sensitive ขาดไปจุดหนึ่งเล็กๆ เครื่องก็ทำงานไม่สมบูรณ์แล้ว หงายเงิบไปหลายราย คนส่วนใหญ่จึงเลือกตัวธรรมดาที่จบง่ายกว่า ส่วนเรื่องอะไหล่ ก็มีบางอย่างที่แพง เช่น ปั๊มน้ำ ส่วนไส้ใน ลูกสูบ อันนี้ไม่แพง คนเบิกใหม่ไปแปลงใส่เครื่องรุ่นอื่นกันเยอะ เพราะทนทานใช้ได้เลย ส่วนระบบพัดลม เครื่องรุ่นนี้ส่วนมากจะเป็น พัดลมไฮดรอลิค มีปั๊มปั่นแรงดันมาขับพัดลมให้หมุน ซึ่งจะมีกล่องคุมรอบและการทำงานของพัดลมอีกที เป็นระบบที่เหมือนจะไฮเทคในยุคนั้น แต่ส่วนใหญ่ตอนนี้ก็จะเน้นใช้พัดลมไฟฟ้ากันหมดแล้ว เพราะง่ายต่อการติดตั้ง ก็แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน

บทสรุป
จริงๆ คงไม่ต้องกล่าวกันมากถึงเครื่องบล็อกนี้ จากความนิยมที่สูงสุดตลอดกาล ด้วยความทนทานของมัน รวมไปถึงการใช้กับระบบแก๊ส LPG ได้ดี MAP Sensor ไม่ค่อยจุกจิก จึงนิยมนำมาวางกันในรถขับหลังขนาดกลางถึงค่อนข้างใหญ่หลายรุ่นมากๆๆๆๆๆๆ หรือถ้าคนที่ไม่ได้รีบร้อนไปไหนมาไหน ชอบความเรียบง่าย ก็หันไปเล่นกับ 1JZ-GE ตัวผู้ (ไม่มีหอย) ก็สบายๆ พื้นฐานเครื่องเหมือนกัน แนะให้เล่น 1JZ-GE VVT-i ที่เครื่องจะใหม่หน่อย (อย่าลืมวายริ่งสายไฟให้ครบล่ะ) แต่มีข้อแนะนำ ตอนนี้เครื่องก็เริ่มมีอายุมากแล้ว ถ้าเป็นไปได้ รื้อมาตรวจเช็คสภาพไส้ใน เปลี่ยนในจุดที่เสื่อมสภาพ รวมถึงการดูแลอย่างดี เช่น ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ เปลี่ยนถ่ายตามระยะ ขับอย่าโหดร้ายมากนัก ก็จะช่วยให้ใช้ต่อไปได้อีกนานครับ อย่าคิดว่าเครื่องทนแล้วจะใช้ทิ้งๆ ขว้างๆ ไม่รักษา แบบนี้ให้โคตรตระกูล JZ ก็ไม่รอด จะพังหรือไม่พัง จะทนหรือไม่ทน อยู่ที่เราใช้และดูแลรักษามันยังไงครับ

สเป็กเครื่องยนต์
รุ่น                                                   1JZ-GTE                                           1JZ-GTE VVT-i
กระบอกสูบ x ช่วงชัก (มม.)                                               86.0 x 71.5
ความจุ (ซีซี.)                                                                           2,491
กำลังอัด                                              8.5 ต่อ 1                                                      9.0 ต่อ 1
แรงม้า (PS)/รอบ                              280/6,200                                                280/6,200
แรงบิด (Kg-m.)/รอบ                       37.0/4,800                                               38.5/2,400
อัตราทดเฟืองท้าย                                4.083                                                          3.916

บรรยายภาพ

01
หน้าตาของ 1JZ-GTE แบบเดิมสนิท ซึ่งหาดูได้ยาก ส่วนใหญ่จะถูกทรงเครื่องกันชุดใหญ่

02
แนะนำว่าเลือกเครื่องที่มีอุปกรณ์ครบถ้วนทั้งตัว สำคัญ สายไฟห้ามตัด มิฉะนั้นจะทำให้งานเข้า อย่าเห็นแก่เครื่องราคาถูกแต่ของไม่ครบ ขาดนู่นขาดนี่ แล้วมานั่งไล่ซื้อของกันทีหลัง โดยเฉพาะสายไฟถ้าถูกตัดไปก็หมดค่า ควรหลีกเลี่ยงให้ไว

03
แบบนี้จัดเต็ม โมดิฟายชุดใหญ่ แถมแต่งห้องเครื่องอย่างงาม แต่ดูสิว่าวางในรถอะไร ???

04
เครื่องมหาชน จับวางในรถขับหลังขนาดกลางขึ้นไปได้แทบทุกรุ่น จะโมดิฟายไปเล่น Drag ก็แล้วแต่ใจต้องการ

05
SOARER 2.5 GT JZZ30 สปอร์ตหรูหราที่วางเครื่อง 1JZ-GTE ถ้าเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ปี 1996 ขึ้นไป จะเป็น 1JZ-GTE VVT-i

06
SUPRA 2.5 GT JZA70 ที่ใส่เครื่อง 1JZ-GTE มีเกียร์ธรรมดา และเกียร์ออโต้ แต่ไม่มีรุ่น VVT-i ซึ่งเปลี่ยนรุ่นใหม่เป็น JZA80 ก็เปลี่ยนเครื่องเป็น 2JZ-GTE ไปเลย

07
CEFIRO A31 ที่กลายเป็นเครื่อง 1JZ-GTE กันแทบหมดแล้ว กระแสคลั่ง JZ ระบาดใน CEFIRO มานาน ไม่ว่าจะ Drift หรือ Drag ก็นิยมกันตลอดกาล

08
1JZ-GTE VVT-i หน้าตาเป็นแบบนี้ ดูทันสมัยขึ้น เป็นเทอร์โบตัวเดียวแล้ว แต่จะรอดหรือไม่นั้นอยู่ที่วายริ่งสายไฟว่าครบหรือไม่ เลยเป็นข้อที่กลัวกัน ราคาเครื่องเลยไม่สูงมากเมื่อเทียบกับ 1JZ-GTE ตัวธรรมดา

09
1JZ-GE VVT-i ทางเลือกสำหรับคนเน้นใช้งาน ไม่เน้นแรง นิยมวางใช้แก๊สกันมากในตอนนี้

10
ยิ่งซีเรียสว่า สายไฟ เซนเซอร์ต่างๆ พร้อมชุดเรือนไมล์ ต้องมาให้ครบ ผิดนิดเดียวก็เป็นเรื่องใหญ่สำหรับตัว VVT-i

11
เล่นกันโหด วางใน SILVIA S15 รถดริฟต์ จริงๆ แล้วถ้าระบบครบๆ VVT-i ทำงาน จะยิ่งดี เพราะแรงบิดมาที่รอบต่ำมาก ส่งผลเรื่องอัตราเร่งอย่างชัดเจน

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here