BENZ 250 W123 ยอดนิยมรุ่นป๋า แอบแรงกับ 1JZ-GTE VVT-i

0
15,793 views

รถ BENZ ในรหัส W123 นั้น (BENZ 250 W123) เป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางที่มีความหรูหราในอดีต แต่ในปัจจุบัน แม้เวลาผ่านมากว่า 30 ปี แล้ว ความนิยมใน W123 ก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ ยังคงมีเห็นวิ่งใช้งานกันอยู่อย่างหนาตา เป็นเพราะเป็นรถที่มีจำนวนมาก และด้วยความที่คนใช้ BENZ ส่วนใหญ่ก็จะรักษารถได้ดี (บางส่วนก็ทิ้งจนพังเละเทะไปก่อนวัยอันควร) จึงเหลือรอดมาถึงปัจจุบัน และด้วยความที่มันมีรูปทรงอัน “คลาสสิก” ความสะดวกสบายในห้องโดยสารอันโอ่โถงก็มีเยอะ รวมไปถึงความแข็งแรง ระบบช่วงล่างที่นุ่มนวล ขับสบาย อะไหล่ก็ไม่ได้ราคาสูงมากนัก แต่ก็ต้องดูบางชิ้นที่เป็นของแพงตอนที่คนเริ่มหันมาฮิตรถคลาสสิก มันก็แพงเวอร์อยู่เหมือนกัน

*** Text: / Photo: By > NaIPP

เป็นที่แน่นอนว่า เครื่องเดิมของ BENZ นั้น เป็นที่ประจักษ์ถึงความทนทาน มีแรงบิดดี แต่ด้วยกาลเวลาผ่านไป เรี่ยวแรงจึงสู้เครื่องรุ่นใหม่ไม่ได้ จะซ่อมหรือก็ไม่คุ้ม เป็นหนทางที่จะหันมาหา “เครื่องญี่ปุ่นมือสอง” จับยัดลงไปแทน ก็คงหนีไม่พ้น “ตระกูลเจ” ยอดฮิตนั่นเอง จริงๆ แล้วเครื่อง BENZ รุ่นใหม่หน่อยมันก็มี อย่างเครื่อง 6 สูบ ใน W124 ก็สามารถวางได้อย่างง่ายดาย แบบไม่ข้ามสายพันธุ์ แต่แน่นอนว่าอะไหล่บางอย่างมีราคาสูงสไตล์รถยุโรป จึงเป็นที่เสียเปรียบเครื่องญี่ปุ่นที่มีของมาก ราคาไม่แพง แต่จะทำอย่างไรที่จะวางไปแล้วไม่ดู “เสียชาติพันธุ์” อย่างคันนี้ ก็เน้นความเป็น Original ในส่วนมากเอาไว้ แต่หัวใจข้างในยัด 1JZ-GTE VVT-i เทอร์โบ ตัวแรงไว้ แบบ “ไม่แน่จริงอย่าแหย่” ประมาณนั้นเลย

วางไม่ยาก แต่มีจุดต้องระวังพอสมควร
การวางเครื่อง 6 สูบ ใน BENZ 250 W123 ดูจะเป็นสิ่งที่ลงตัวมาก ไม่มีสิ่งน่ากังวลในเรื่องของขนาดห้องเครื่อง เพราะมันเป็นรถขนาดกลางค่อนข้างใหญ่ จึงมีเนื้อที่เหลือเฟือ และพื้นเพของ W123 นั้น มีเครื่องยนต์ 6 สูบ ในรุ่น 280 อยู่แล้ว จึงสบาย สบาย หรือแม้แต่จะไปเล่นกับ V8 ก็ยังไหว คันนี้วางเครื่องในตำแหน่งที่สวยพอดี และใช้พัดลมฟรีปั๊มของเดิมได้ แต่จริงๆ แล้วจะใช้เป็นพัดลมไฟฟ้าดูดแบบรถรุ่นใหม่ก็ได้ไม่ผิดกติกา พัดลมไฟฟ้าจะช่วยคุมอุณหภูมิให้เสถียรกว่า และไม่กินแรงเครื่อง แต่มีข้อเสีย ถ้าพัดลมเสีย ความร้อนก็จะขึ้นแบบแก้ไขไม่ได้ แต่พัดลมฟรีปั๊ม ความเสถียรของอุณหภูมิจะสู้พัดลมไฟฟ้าไม่ได้ กินแรงเครื่อง แต่มีข้อดีว่า มันก็หมุนตามเครื่อง ไม่มีวันเสีย เว้นแต่ใบพัดมันจะแตกกระจุยออกมาด้วยความเก่า อันนี้ต้องเช็คดูนะครับ ถ้าใบพัดลมมีสภาพเก่ามาก เหลืองเข้มๆ มีรอยแตกลายงา ก็ควรจะหาของสภาพดีๆ มาเปลี่ยน เพื่อกันปัญหาพัดลมใบแตกเวลาหมุนรอบสูง มันจะฟันหม้อน้ำแตกด้วย เป็นอีกทริคหนึ่งที่เรามาบอกฝากกัน
หม้อน้ำของคันนี้ วางเข้าไปในช่องคานหน้าที่เป็นทรงเว้าของเดิมได้อย่างพอดี ขนาดก็เพียงพอที่จะระบายความร้อนได้ค่อนข้างดี ในส่วนที่ต้องระวัง ก็คือ “เทอร์โบจะติดกับกระปุกพวงมาลัยอย่างมาก” เรียกว่าโคตรชิดเลยดีกว่า คันนี้ดูระยะก็เฉียดสุดๆ เลย ถ้าเป็นพวก “ทำซิ่ง” เปลี่ยนเทอร์โบใหม่ ย้ายมาอยู่ด้านบน ก็จะไม่ติด แต่เทอร์โบเดิมอยู่ด้านล่างไงครับ มันเลยเฉียดขนาดนั้น ดังนั้น “ยางแท่นเครื่องต้องมีคุณภาพดี” ไม่งั้นเครื่องแกว่งได้มาก รับรองเทอร์โบกระแทกกระปุกพวงมาลัยแน่นอน หรือเวลาเร่งแรงๆ แล้วเครื่องบิดไปฝั่งขวา ก็มีจังหวะติดเหมือนกัน ก็ต้องหาทางแก้เอายางแท่นเครื่องที่แข็งหน่อยใส่เพื่อลดการบิดตัว จริงๆ เจ้าของรถจะเปลี่ยนเอากระปุกพวงมาลัยออก และเปลี่ยนเป็นระบบ “แร็ค” ด้วยซ้ำ เพราะต้องการให้รถขับดีขึ้น เนื่องจากระบบกระปุกมันโบราณมากแล้ว พอหลวมรถวิ่งไม่ค่อยนิ่ง ต้องคอยเลี้ยง เลยมีความคิดจะแปลงเป็นระบบแร็ครุ่นใหม่กว่า แต่ก็ต้องดู การแปลงนั้นทำได้ แต่ไม่ง่าย ถ้าทำผิดหลักจะยิ่งแย่กว่าไอ้กระปุกหลวมๆ นี้เสียอีก ต้องระวังมากๆ ไม่ใช่ใครก็ทำได้
ส่วนฝั่งซ้าย จะมีจุดติดขัดนิดหนึ่ง ตรง “กรองน้ำมันเครื่อง” ที่จะอยู่แนวซุ้มล้อพอดี แต่ก็ยังพอที่จะเอาเครื่องมือสอดไปได้อยู่บ้าง ถ้าจะให้ดีควรจะยกรถแล้วขันจากข้างล่างดีกว่า สำหรับ “แท่นเครื่อง” ก็เล่นวิธียอดฮิต คือ “สร้างแท่นยึดที่ตัวเครื่อง มายึดกับจุดยึดที่ตัวรถ” สามารถเปลี่ยนเครื่องเดิมลงได้เมื่อต้องการ ในส่วนของแท่นเกียร์ ก็ใช้วิธีสร้างมายึดกับจุดยึดเดิม ในทำนองเดียวกัน ไม่อยากไปแก้ที่ตัวรถครับ

ไม่เจาะตัวถัง อินเตอร์สร้างใหม่ แอบไว้อย่างแนบเนียน
โดยปกติแล้วส่วนใหญ่คนที่วางเครื่องใน BENZ 250 W123 ก็มักจะไม่เอาเทอร์โบ เพราะเป็นสไตล์ใช้งาน แต่ถ้าวางเครื่องเทอร์โบลงไป สิ่งที่ต้องทำเพิ่มเติม คือ “การเดินท่ออินเตอร์ใหม่” คันนี้เจ้าของรถสั่งว่า “ไม่ต้องการเจาะตัวถัง” เพื่อคงเอกลักษณ์ของ BENZ เอาไว้ และ “ภายนอกต้องเดิมสนิท” จึงไม่สามารถนำอินเตอร์ลูกโตๆ แบบรถซิ่งมาห้อยด้านหน้าได้ ส่วนตัวผู้เขียนเอง ก็เห็นด้วยว่าถ้าเป็นรถระดับผู้ใหญ่ เอาอินเตอร์มาห้อยด้านหน้าจะดูจิ๊กโก๋เกินไป (ปล่อยวัยรุ่นเขาจัดโหดไป) ดังนั้น เลยต้องมีการหาอินเตอร์ขนาดย่อมมาหนึ่งใบ แล้วตัดต่อให้มีขนาดที่สามารถใส่ได้หน้าซุ้มล้อด้านซ้าย จัดตำแหน่งให้ตรงกับช่องระบายลมตรงคางหน้า หลายคนอาจจะว่าอินเตอร์มันเล็กไป ระบายไม่พอ ซึ่งรถคันนี้เจ้าของก็ไม่ได้ขับโหดร้ายมากนัก อาศัยอัตราเร่งแซงอย่างเดียวในเวลาไม่นาน จึงไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนขึ้น ส่วนท่ออินเตอร์ก็เดินลอดแนวห้องเครื่องมาแบบไม่เจาะตัวถังใดๆ ทั้งสิ้น

ท่อไอเสียเดินท่อคู่แบบเดิม เพื่อไม่ให้ท่อห้อยเตี้ยเหมือนท่อเดี่ยว
สำหรับท่อไอเสีย คันนี้ก็เดินเป็น “ท่อคู่” แทน ปลายท่องุ้มลงด้านล่าง ทำให้ดูแล้วเหมือนรถเดิมๆ จากโรงงาน และไม่ต้องการเสียงดัง ซึ่งข้อดีของเครื่อง 6 สูบ ก็จะเป็นเรื่องของเสียงที่ทุ้ม นุ่ม เงียบ ไม่โวยวาย จึงไม่ส่งผลต่อ “อิมเมจ” ในด้านลบ สำหรับท่อชุดนี้ ก็เป็นการสร้างขึ้นมาจากช่างไทยนี่เอง เสียงเงียบ นุ่ม อีกประการก็คือ หากเป็นท่อเดี่ยว ก็จะต้องทำท่อขนาดใหญ่ประมาณ “สองนิ้วครึ่ง” ดูแล้วมันซิ่งเกินไป และท่อมันใหญ่ห้อยลงมาด้านล่างมากเกินไป ดูไม่สวยงาม และอาจจะเกิดปัญหา “ติด” เวลาขับไปต่างจังหวัดแล้วถนนไม่ดี จึงต้องทำเป็นสองท่อ เพื่อให้พื้นที่โดยรวมเพียงพอที่จะคายไอเสียออกได้ทัน และท่อก็ไม่ห้อยเนื่องจากมีขนาดเล็กลง แต่วางคู่ในแนวระนาบแทน

แปลงใส่วัดรอบใหม่ ขึ้นได้ตรง
สิ่งที่เป็นปัญหาของรถวางเครื่อง โดยเฉพาะการข้ามสายพันธุ์ ก็คือ “มาตรวัดไม่ขึ้น” โดยเฉพาะ วัดรอบ และ เรือนไมล์ คันนี้ใช้เรือนไมล์เดิม แต่แปลงให้ขึ้นได้ตามปกติ จะต้องมีการใส่ Speed Sensor เพื่อให้มีสัญญาณความเร็วรายงานไปที่กล่อง ECU ทำให้เกียร์เปลี่ยนถูกจังหวะ เครื่องยนต์ทำงานได้สมบูรณ์ แต่เข็มไมล์จะขึ้นตรงหรือไม่นั้นต้องลองจับกับ GPS ดู ส่วนวัดรอบ บางคันก็เล่นง่ายๆ ด้วยการซื้อวัดรอบแยกมาติดตั้งต่างหาก อาจจะดูเกะกะไปสักหน่อย แต่ถ้าจะให้เนียน ต้องใช้วิธีการ “เปลี่ยนไส้” โดยยังเป็นกรอบของ W123 เดิม แต่เอาจอนาฬิกาของเดิมออก แล้วไปเอาวัดรอบพร้อมจอและไส้ของ TOYOTA 6 สูบ มาใส่แทนรูเดิม เรียกว่าแปลงได้อย่างแนบเนียนมากทีเดียว ดูเผินๆ ก็ไม่รู้ ทำให้วัดรอบขึ้นได้ตรงปกติ และไม่เสียความคลาสสิกไปด้วย

อัตราเร่งดี โชคดีเฟืองท้ายเหมาะสมกัน
หลังจากการวางแล้ว ก็มีอัตราเร่งที่แรงแบบนุ่มนวลน่าพอใจ ในเครื่องยนต์ที่มีระบบ VVT-i จะมีแรงบิดดีตั้งแต่รอบต่ำ จึงเป็นข้อดีสำหรับเกียร์ออโต้ และรถยุโรป อย่าง BENZ เองก็จะใช้เฟืองท้ายอัตราทดต่ำ แค่ 3 ต้นๆ แต่ไปทดที่เกียร์ แต่เครื่องญี่ปุ่น จะใช้เฟืองท้ายอัตราทดสูงหน่อย อย่างน้อยก็ 3 ปลายๆ หรือ 4 ต้นๆ แต่ทดเกียร์ต่ำ เวลาเอาเครื่องญี่ปุ่นไปใส่รถยุโรป เกียร์ทดต่ำ เจอเฟืองท้ายทดต่ำอีก เลยมีปัญหาเรื่อง “ต้นอืด” ถ้าถามว่ารถยุโรปหนักมากไหม ไม่จริงเสมอไป อย่าง W123 น้ำหนักรวมก็อยู่แถวๆ 1.4-1.5 ตัน (รถเดิม 1,360 กก.) แต่รถญี่ปุ่นที่ใช้เครื่อง 1JZ-GTE VVT-i ก็อยู่ในพวก CHASER, MARK II, CROWN รถพวกนี้น้ำหนักก็อยู่ราวๆ 1.5-1.6 ตัน ก็ไม่เกี่ยวว่า BENZ มันจะหนักอะไรกันโอเวอร์ จนทำให้เครื่องญี่ปุ่นวิ่งไม่ออก อีกประการ แรงม้าระดับ 280 PS เพียงพอเหลือเฟือที่จะทำให้ปลิวไม่ยาก และโชคดีมาก ที่เฟืองท้ายของรุ่น 250 มีอัตราทดอยู่ที่ 3.92 : 1 จึงลงตัวด้วยประการทั้งปวง ไม่มีปัญหาเรื่องอัตราเร่ง หลังจากที่ได้วางเครื่องไปแล้ว อัตราเร่งน่าพอใจมาก แรงแบบนุ่มๆ ไม่รอรอบ คันนี้จะใช้ไปต่างจังหวัดอยู่บ้าง จึงต้องการกำลังสำรองในการเร่งแซง แต่ปกติก็ไม่ได้ขับเร็วอะไรมากอยู่แล้ว ขอเร่งแซงพวก “ล้อเยอะ” แบบเร็วหน่อย เครื่องเดิมไม่ไหวจะแซง เจอเครื่องใหม่สบายบรื๋อออ ขับเงียบ นุ่มนวล จัดว่าถูกใจเข้าท่าเข้าทาง

ประหยัดกว่าเดิม
เรื่องอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน คันนี้ก็ยังไม่หันไปคบกับแก๊ส เพราะปกติชีวิตประจำวันก็แทบไม่ค่อยได้ใช้ (บิดแมงกะไซค์มันส์กว่า) เลยไม่ทราบอัตราสิ้นเปลืองในเมืองที่เป็นตัวเลขแน่นอน แต่ยังไงก็ประหยัดกว่าเดิมแน่นอน จากการเปรียบเทียบในขณะวิ่งทางไกลกับเครื่องเดิม ถ้าขับความเร็วประมาณ 120-140 กม./ชม. แบบไม่ซัด ไหลไปเรื่อยๆ อันนี้ไม่กินมาก แต่ถ้าเร่งมากก็กินมากขึ้นพอควร อันเป็นเรื่องปกติ ภาพรวมแล้วถือว่าคบได้ เครื่องสมบูรณ์มันก็ไม่กินตะกละ แต่ถ้าไม่สมบูรณ์ จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เช่น ตัวเครื่องเน่าเอง หรือ วางริ่งสายไฟไม่ครบ อันนั้นแหละตะกละดีนักแล

งบประมาณ
เครื่องยนต์ 1JZ-GTE VVT-i เกียร์ออโต้ ราคาเฉลี่ยอยู่ประมาณ 35,000-40,000 บาท (คันนี้ซื้อเครื่องมาราคากันเอง 34,000 บาท) รวมค่าวางแบบ “เหมาจ่าย” (รวมวายริ่งสายไฟ, ทำท่อ, ทำแอร์, จิปาถะอื่นๆ อีก) อยู่ประมาณ 25,000-30,000 บาท สุดแล้วแต่ฝีมือและค่าฝีมือที่ช่างจะเรียก (แพงแต่เอา Teen ทำก็มีเยอะนะท่าน) ก็ลองบวกดูเอาเองครับ คันนี้เป็นรถของร้าน สยามภัณฑ์ ท่อไอเสีย ถนนบรรทัดทอง โทร. 087-112-8789

บรรยายภาพ

01 copy
BENZ W123 ที่ยังเป็นรถคลาสสิคแบบร่วมสมัย ยังคงมีใช้งานกันอยู่มาก ด้วยเอกลักษณ์ความสบาย จากการที่เป็นรถขนาดกลางค่อนข้างใหญ่ ปรับปรุงได้ มีอะไหล่อยู่เยอะพอสมควร

02 copy
ส่วนใหญ่รุ่นนี้จะผุเยอะแบบหลบในเสียด้วย รื้อมาทำสีทีแทบเป็นลม ก็ต้องหาคันที่ดูดั้งเดิมและเรียบร้อยที่สุด ทำดีๆ รถจะสวยน่ามองครับ

03 copy
1JZ-GTE VVT-i วางได้อย่างสวยงามและพอดี

04 copy
ตำแหน่งเครื่องวางได้เหมาะสม สามารถใช้พัดลมฟรีปั๊มติดเครื่องมาได้ หรือจะเปลี่ยนไปใช้พัดลมไฟฟ้าก็แล้วแต่ศรัทธา

05 copy
ไม่ต้องทุบผนังห้องเครื่องใดๆ เนื้อที่ด้านหลังเหลืออีกประมาณ 2 นิ้ว เหลือเฟือ

06x copy
หม้อน้ำสร้างใหม่ วางในตำแหน่งเดิมได้อย่างสวยงาม

07x copy
หม้อกรองอากาศเทียบมาใส่ (จำไม่ได้ว่าของรถอะไร) เจ้าของไม่ชอบกรองเปลือยที่เสียงดัง ท่ออินเตอร์เดินใหม่แบบไม่เจาะตัวถังรถ

08 copy
อันนี้แหละที่จะติดขัดกันหน่อย ตำแหน่งโข่งหลังเทอร์โบจะอยู่ใกล้กับกระปุกพวงมาลัยแบบเฉียดๆ ก็อาจจะมีจังหวะกระทบบ้างนิดหน่อยเวลาเร่งเครื่อง ตรงนี้เจ้าของรถเล็งว่าจะเอากระปุกพวงมาลัยออก แปลงเป็นแร็ค แต่ก็ต้องมีฝีมือในการแปลง ไม่งั้นเสียรถเลยครับ

09 copy
เนื้อที่ด้านซ้าย จะเป็นกรองน้ำมันเครื่องที่ตรงแนวซุ้มล้อพอดี ต้องยกรถและล้วงเปลี่ยนกรองจากด้านล่าง

10 copy
เห็นแบบนี้นึกว่าไม่ได้ยึดแบตเตอรี่ ซึ่งแบตแบบนี้ จะเรียกว่า DIN ตามมาตรฐานของรถยุโรป และรถญี่ปุ่นระดับสูง ไม่ได้ใช้ตัวล็อกคาดด้านบนเหมือนของรถญี่ปุ่นนะครับ มันจะใช้วิธี “ล็อกตีนแบต” แทน (ด้านล่างของแบตจะมีส่วนที่ผายออกมา เพื่อให้เอาตัวล็อกขันรัดไว้) ดูเรียบร้อย ไม่เกะกะ ถอดก็ง่าย และขั้วเป็นแบบจม ปลอดภัยกว่าขั้วลอย

11x copy
คันเกียร์ TOYOTA แบบ Gate Type ดูเหมือนกับของ BENZ เดิมๆ ต่อสวิทช์โหมดเกียร์ทำงานได้ครบ

12 copy
วัดรอบแปลงเอาของ TOYOTA 6 สูบ ใส่ เนียนดีไหมครับ

13 copy
แผงข้างสีเขียวแปลกตา เพราะรถคันนี้เป็นสเป็กอังกฤษทั้งคัน แต่เป็นรุ่นถูก เพราะเป็นกระจกมือหมุน

14x copy
เบาะนอกเป็นหนังสลับกับผ้า เบาะรถในนี้ (ประกอบธนบุรี) จะเป็นหนังปั๊มลาย น่าเสียดายที่เบาะคนขับผ้ากลางขาดไป หาผ้าลายนี้ไม่ได้ เซ็งจุงเบย

15 copy
พัดลมไฟฟ้าเป่าแผงแอร์ของ BENZ ยังแรงดีอยู่ แต่ถ้ารถติดมากๆ ก็ต้องลองดูว่าเอาอยู่ไหม

16 copy
ท่อไอเสียแบบเดิมของ BENZ แต่ขยายขนาดให้พอดีกับเครื่องใหม่ ดูไม่ออกเลยว่าเปลี่ยนเครื่องมาแล้ว ยังคงความเงียบได้แบบรถบ้านๆ

17 copy
อินเตอร์ลูกเล็ก ซ่อนอยู่หน้าซุ้มล้อด้านซ้าย (ขวามือในรูป) เพราะไม่ต้องการเจาะหรือห้อยอินเตอร์แบบรถซิ่ง

18 copy
ล้อ BENZ รุ่นใหม่ ลายคล้ายๆ ล้อเล็บสิงห์ของ W123 เดิม ขอบ 15 นิ้ว แต่เดิมใช้ LORINSER 18 นิ้ว แต่วิ่งทางต่างจังหวัดไม่ไหว ตกหลุมล้อแตก เลยต้องมาใช้ 15 นิ้ว เท่น้อยหน่อย แต่สบายใจกว่าเยอะ

** บทความและภาพประกอบเป็นลิขสิทธิ์ของทางเว็บไซต์ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here