SUZUKI SJ413 CARIBIAN / SPORTY / SPORT MIND

0
34,287 views

ถ้าได้ใช้แล้วจะรักมัน” ขับสี่ไซด์เล็ก สมรรถนะเกินตัว

มือใหม่ที่กำลังอยากได้สักคัน มาทำความรู้จักมันสักหน่อยไหมก่อนกำตังค์ไปซื้อมาครอบครอง

คิดให้ดี เหมือนเกวียน ขับๆ ไประวังไปคว่ำอยู่ข้างทางไม่รู้ตัว

ไม่กลัวไส้เลื่อนก็ลองดู

ขับยังกับขี่เกวียน แข็ง กระด้าง กระโดด กระเด้ง

คิดยังไง ทำไมถึงอยากได้

เอารุ่นอื่นดีกว่าไหม

…บลา บลา บลา ๆๆๆๆ

 

บทความโดย : กิตติ ภูวนิธิธนา / ไก่ RooRod.com

เป็นคำเตือน คำขู่ เสียงลือเสียงเล่าอ้างที่มักได้ยินอยู่บ่อยๆ จากความเห็นของผู้ที่ (อาจจะ) เคยใช้หรือไม่เคยก็ตาม แต่ไม่ประทับใจกับตัวตนของเจ้าแมงหวี่เอาเสียมากๆ พอมีคนใกล้ตัวไปถามความเห็นเป็นต้องเอ่ยอ้างแสดงความเห็นเหล่านั้นออกมา แต่ก็จะตบท้ายด้วยความเห็นที่ว่า ก็ลองดู อาจจะชอบก็ได้ มันก็สวยดี เท่ดี (ชมสักหน่อยเพื่อไม่ให้คนถามเสียกำลังใจ)

1 copy

ผมเองเป็นคนหนึ่งที่เมียงมองเจ้าแมงหวี่อยู่นานหลายปี เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ไม่ได้ไปคลุกคลีหรือเจาะลึกศึกษาอะไรมากนัก เข้าใจว่ามันก็เป็นของมันยังเงี้ย (หน้าตาเหมือนๆ กันหมด) แต่ตกแต่งกันไปหลากหลายสไตล์หลากแนวทาง ซึ่งก็สวยๆ ทั้งน้าน

2 copy3 copy

พอจะเอ่ยถามรุ่นพี่หรือผู้รู้เพื่อหาความรู้ใส่ตัวบ้าง ก็มักจะได้รับความเห็นในแง่ลบเป็นคำขู่กลับมาก่อนเสมอไป แต่ยังว่าคนมันฝังใจแอบชอบอยู่เป็นทุน แอบชอบมานานแล้ว ที่ถามคนโน้นคนนี้ก็แค่อยากได้เสียงสนันบสนุน ครั้นเอาเข้าจริงไม่มีใครเชียร์ ก็จะเอาอยู่ดีแหละ 555 ก่อนที่จะแชร์ประสบการณ์สู่กันฟัง เดี๋ยวท่านที่รอดูข้อมูลของเจ้าแมงหวี่จะรำคาญเสียก่อน งั้นมาไล่เรียงข้อมูลสำคัญๆ กันเลยดังนี้

ขอออกตัวไว้สักหน่อยว่าผมเองก็ไม่ใช่ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือกูรูเจ้าแมงหวี่เสียทีเดียว ถ้าเทียบกับแฟนพันธ์แท้ตัวจริงซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศและที่มีชื่อเสียงก็หลายท่าน ผมคงไม่อาจเทียบ โดยเฉพาะในแง่ของประสบการณ์การใช้งานในแง่มุมต่างๆ สภาพการณ์ต่างๆ แต่เท่าที่มีโอกาสได้ใช้ เกี่ยวกับข้อมูลตัวรถก็ศึกษามาพอสมควร คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับหลายๆ ท่านบ้างไม่มากก็น้อย

รุ่นต่างๆ ของ CARIBIAN

เจ้าแมงหวี่ที่มีรหัสประจำกายว่า SJ413 เริ่มขายในบ้านเราตั้งแต่ปี ค.ศ.1988 และมาหยุดสายพานการผลิตในรุ่นสุดท้ายในปี ค.ศ.2005 ตลอดระยะเวลา 17 ปี ของการทำการตลาด SUZUKI ได้พัฒนาเจ้าแมงหวี่ออกมาตอบสนองผู้ที่ต้องการรถยนต์อเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อขนาดเล็กซึ่งมีความสามารถพร้อมตอบสนองการใช้งานได้ทุกสภาพถนนทั้งทางเรียบ ขรุขระและทุรกันดารในราคาที่ไม่สูงเกินไป 3 รุ่นหลักด้วยกันคือ CARIBIAN, CARIBIAN SPORTY และ SPORT MIND และทั้ง 3 รุ่นมีรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ดังนี้

– CARIABIAN เจ้าแมงหวี่รุ่นนี้มีสมยานามว่า “ตู้ปลา” ซึ่งมาจากลักษณะโครงสร้างตัวถังด้านหลังของมันที่เป็นหลังคาครอบเต็มกระบะหลังคล้ายๆ รถแวนโดยมีกระจกบังลมด้านข้างที่ค่อนข้างใหญ่มองแล้วเหมือนตู้ปลา รุ่นนี้ภายในจะมีเบาะนั่งแถวที่สองที่นั่งได้ค่อนข้างสบาย (ไม่พูดถึงความกระด้างของช่วงล่างนะ) เบาะนั่งเป็นแบบ 2 ตัวใหญ่วางคู่ติดกัน ด้านหลังเป็นประตูแบบ 2 ตอนคือส่วนบนต่อเนื่องกับหลังคาเป็นการเปิดแบบยกขึ้นด้านบนด้วยโช้คอับ ด้านล่างเป็นฝาปิดกระบะแบบเปิดออกด้านข้าง

เจ้าแมงหวี่รุ่นตู้ปลานี้แบ่งออกเป็น 2 รุ่นย่อยตามลักษณะของหลังคาคือ รุ่นปี 1988-1990 หลังคาจะเป็น 2 ตอน หลังคาตรงหัวเก๋งกับหลังคากระบะส่วนที่เป็นตู้ปลาจะแยกกันเป็นคนละชิ้นวางต่อกันและซีลด้วยซิลิโคน รุ่นนี้จึงมักมีปัญหาเรื่องน้ำรั่วซึมเข้าไปในตัวรถ ถ้าผ้าใบหลังคายังเดิมๆ อยู่หรืออาจจะเปลี่ยนแล้วแต่เปลี่ยนมานานแล้ว ถ้ามีปัญหาน้ำรั่วก็จะมีคราบน้ำปรากฏให้เห็น ไม่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่โตอะไร เป็นปัญหากวนใจเสียมากกว่า หลังคารุ่นนี้ผลิตจากไฟเบอร์โดย Star Cab ต่อมาปี 1991-1995 หลังคาจะเป็นตอนเดียวคือตั้งแต่หัวเก๋งจะยาวต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียวกับส่วนที่ครอบกระบะ ทำจากไฟเบอร์เช่นกันแต่ผลิตโดย Carryboy

4 copy

รุ่นปี 88-90 หลังคาจะเป็น 2 ตอน

5 copy

รุ่นปี 91-95 หลังคาจะเป็นตอนเดียว

นอกจากความแตกต่างหลักๆ คือแบ่งเป็น 2 รุ่นย่อยตามลักษณะของหลังคาแล้ว ในรุ่นตู้ปลายังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันอีกคือ เบาะนั่งของรุ่นปี 88-92 จะเป็นเบาะสีเทามีรูปทรงตามภาพ เบาะรุ่นนี้ถ้ายังอยู่ติดรถอยู่ในสภาพเดิมๆ มาถึงตอนนี้จะดูโทรมๆ หน่อย ทรงของเบาะก็จะไม่ค่อยเป็นทรงเท่าไร ดูแล้วอาจจะไม่ค่อยสวย แต่หลังจากที่ลองนั่ง CARIBAIN มาทุกรุ่น ด้านความสบายในการนั่งขับขี่เบาะรุ่นนี้ผมว่านั่งสบายที่สุดนะ เคยนั่งขับจากเชียงรายมากรุงเทพกับเบาะของอีกรุ่นหนึ่ง เบาะของรุ่นปี 88-90 นั่งแล้วไม่ปวดหลังเลย รู้สึกรับกับสรีระของหลังดีจัง

6 copy 7 copy

เบาะนั่งคู่หน้าและแถวหลังของรุ่นปี 88-92

8 copy 9 copy

เบาะนั่งคู่หน้าและแถวหลังของรุ่นปี 94-95 ถ้ารุ่นปี 93 จะเป็นทรงเดียวกันนี้แต่จะเป็นสีน้ำตาล

ส่วนรุ่นปี 93 จะเป็นเบาะอีกทรงหนึ่ง (ตามภาพ) และเป็นสีน้ำตาล ส่วนรุ่นปี 94-95 ตัวเบาะเป็นทรงเดียวกับรุ่นปี 93 แต่จะเป็นสีทูโทน เทาอ่อน-เทาเข้ม ส่วนอื่น เช่น คอนโซลหน้า, พวงมาลัย, แผงประตู, กระจังหน้าจะเหมือนกัน (อาจจะมีจุดปลีกย่อยที่ต่างกันบ้าง ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจเท่าไร เพราะมาเล่นเจ้าแมงหวี่เอาระยะหลังๆ ซึ่งมันก็มีอายุอานามพอสมควรแล้ว หาสภาพเดิมๆ ดูได้ยากอยู่เหมือนกัน) และในปี 1995 ถือเป็นปีสุดท้ายของการผลิตและจำหน่ายรุ่นตู้ปลา

– CARIBIAN SPORTY เจ้าแมงหวี่รุ่นนี้มาในลักษณะของกระบะ ตัวถังรถและโครงสร้างหลักเหมือนกับตู้ปลาแต่เปลี่ยนหลังคาจากที่ก่อนหน้านั้นทำเป็นแบบครอบเต็มกระบะแบบแวนก็ยุบลงทำแค่เป็นแค็ปแค่นั้น โฉมกระบะในรุ่น SPORTY นี้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ปี 1996-1999 แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อยคือ รุ่นปี 1996 เครื่องยนต์ยังคงเป็นเครื่องคาร์บูฯเช่นเดียวกับรุ่นตู้ปลา และรุ่นปี 1997-1999 เครื่องยนต์จะเป็นหัวฉีด และความแตกต่างอีกจุดหนึ่งคือกระจังหน้าจะเป็นแบบ 2 ช่องแนวนอน มีเส้นคาดตรงกลางเส้นเดียวพร้อมกับโลโก้ตัว S อยู่ตรงกลาง (ตามภาพ) ส่วนรุ่นปี 96 กระจังหน้ายังคงเป็นลายซี่แนวนอนเหมือนกับตู้ปลา

10 copy

รุ่น CARIBIAN SPORTY

11

กระจังของรุ่นปี 97-99

12 copy

กระจังของรุ่นปี 88-96

– SPORT MIND เป็นรุ่นที่ถือว่าปรับปรุงอะไรต่อมิอะไรมากหน่อยหลังจากที่ผลิตและขายภายใต้สิ่งเดิมๆ โครงสร้างเดิมๆ โฉมเดิมๆ มานานถึง 12 ปี (ปี 1988-1999) ลักษณะหน้าตาของ SPORT MIND จะเหมือนกับรุ่น CARIBIAN SPORTY คือเป็นกระบะเหมือนกัน หลายๆ คนมักจะสับสนจนต้องบอกปีกำกับด้วยถึงจะเข้าใจ มองผิวเผินอาจเหมือนกับรุ่น CARIBIAN SPORTY แต่ถ้าพิจารณาดีๆ จะเห็นว่าแตกต่างกันพอสมควร ฝากระโปรงหน้าก็ไม่เหมือนกันเป็นคนละพิมพ์กันส่วนเว้าส่วนโค้งไม่เหมือนกัน เหนือขึ้นตรงใต้กระจกบังลมหน้า ถ้าเป็นรุ่นตู้ปลาหรือ SPORTY จะมีความโค้งมนดูทันสมัยตามยุคมากขึ้น ซึ่งการออกแบบที่ทันสมัยขึ้นนี้ทำให้กระจกบังลมหน้าไม่สามารถพับได้แล้ว ในรุ่นตู้ปลาและ SPORTY จะมีบานพับติดตั้งอยู่บริเวณใต้กระจกบังลมหน้า ถ้าถอดหลังคาออกเราสามารถพับกระจกบังลมหน้าลงได้ (น่าจะได้นะ แต่ไม่เคยให้ใครพับลงสักที) กระจังหน้าเปลี่ยนใหม่ดูทันสมัยขึ้นเช่นกัน (ตามภาพ) หลังคายังคงเป็นไฟเบอร์ จากที่ลองสังเกตแต่ก็ไม่เคยไปวัดเป็นเรื่องเป็นราวสักที รู้สึกว่าจะเป็นคนละรุ่นกับ SPORTY นะ รู้สึกขอบหลังคาจะสูงกว่า

13 copy14 copy

รุ่น SPORTY MIND เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมพอสมควร

15 copy

กระจังหน้าของ SPORT MIND

ถัดมาภายในเปลี่ยนไปอย่างผิดตา ถ้าใครอยากได้อารมณ์หรือกลิ่นอายของความเป็น CARIBIAN อยากขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อขนาดย่อมๆ แต่งเล่นเท่ๆ ได้หลากหลายอารมณ์ แต่ก็ไม่ได้ชอบหรือไม่ได้อยากได้ความดิบอย่างตู้ปลาหรือ SPORTY อยากได้รถที่ดูทันสมัยดูใหม่สักหน่อยก็น่าจะชอบ SPORT MIND แต่ก็หายากสักหน่อย เพราะรถมีจำนวนน้อย และระยะหลังๆ รู้สึกว่าจะเริ่มมีการเก็บของรักหรือนักสะสมมากขึ้น มีประกาศขายบ้างราคาก็สูงทีเดียว ยิ่งมีวิกฤติการณ์น้ำท่วมและบรรดาแมงหวี่ได้โชว์ศักยภาพกันไปชุดใหญ่อีกครั้ง ก็ทำให้ราคาดีดตัวสูงขึ้นพอสมควร คอนโซลหน้าทรงใหม่ ดูเป็นรถที่มีความทันสมัยทัดเทียมกับรถตลาดรุ่นอื่นๆ มากขึ้น เบาะนั่งออกแบบใหม่ พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ แผงประตูใหม่ SPORT MIND มีช่วงอายุตั้งแต่ปี 2000-2005

16 copy

คอนโซลหน้าของ SPORT MIND

17 copy

คอนโซลหน้าในรุ่น ตู้ปลา และ SPORTY

18 copy

เบาะนั่งของ SPORT MIND จะเป็นทรงแบบนี้

ขุมพลังและช่วงล่างของเจ้าแมงหวี่

เครื่องยนต์ของเจ้าแมงหวี่แบ่งเป็น 2 รุ่นหลักๆ คือ เครื่องยนต์คาร์บูเรเตอร์ (G13A) 4 สูบแถวเรียง OHC 8 วาล์ว ขนาด 1,324 ซีซี. พลังงานสูงสุด 70 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 107 นิวตัน-เมตร ที่ 3,500 รอบ/นาที ติดตั้งอยู่ในรุ่นปี 1988 (ตู้ปลา) -1996 (SPORTY)

19 copy

เครื่องคาร์บูฯ G13A

อีกรุ่นคือเครื่องยนต์หัวฉีดจ่ายเชื้องเพลิงแบบ Single Point (G13B) 4 สูบแถวเรียง OHC 8วาล์ว ขนาด 1,298 ซีซี. พลังงานสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 105 นิวตัน-เมตร ที่ 3,500 รอบ/นาที ติดตั้งอยู่ใต้ฝากระโปรงของรุ่นปี 1997 (SPORTY) -2005 (SPORT MIND)

20 copy

เครื่องหัวฉีด G13B บล็อกเครื่องเป็นตัวเดียวกับเครื่องคาร์บู

สำหรับช่วงล่างหน้าเป็นแบบคานแข็ง ด้านหลังเป็นคานแข็งพร้อมแหนบและโช้คอับ เป็นช่วงล่างที่มีการกล่าวขานกันอย่างกว้างขวางถึงพฤติกรรมที่กระโดดกระเด้งกระด้าง หลายคนรับได้ หลายคนปรับแต่งลองผิดลองถูกมากมายหลายต่อหลายครั้งจนได้สูตรสำเร็จเป็นแนวทางที่ชัดเจนสำหรับคนเล่นรุ่นหลัง (โอกาสต่อไปคงได้มาเล่าถึงสูตรการปรับแต่งเจ้าแมงหวี่กันในส่วนในระบบต่างๆ) ระบบเบรกหน้าเป็นดิสก์เบรก เบรกหลังเป็นแบบดรัมเบรก ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไม่มีฟรีล็อคมาให้เป็นอุปกรณ์พื้นฐาน ต้องติดตั้งเพิ่มเอง

อยากได้แมงหวี่ต้องดูอะไรตรงไหนบ้าง

การเลือกซื้อที่จะแนะนำต่อไปนี้คงละไว้ในเรื่องหลักการซื้อรถมือสอง ในเรื่องเลขเครื่องยนต์ เลขตัวถัง หรือเอกสารสำคัญก็ตามหลักการทั่วๆ ไป ซึ่งก็เคยได้เขียนถึงไปก่อนหน้านี้แล้ว ในที่นี่เราจะมาพูดกันถึงเฉพาะตัวรถเท่านั้น

21 copy22 copy24 copy 23 copy 25 copy 26 copy

เดินดูรอบๆ สำรวจทรงของรถว่ายังสวยดีไหม ระยะช่องไฟตามจุดต่างๆ ยังเรียบร้อยดีหรือเปล่า

เข้าเรื่องกันเลย ถ้าเป็นรุ่นตู้ปลาโดยเฉพาะปีประมาณ 88-90 ต้นๆ ถือว่าอายุอานามพอสมควร ประกอบกับเจ้าแมงหวี่เป็นรถที่มักถูกล่า (ใช้คำเกินไปหรือเปล่าหว่า) ไปเพื่อการปรับแต่ง ดัดแปลง บุกตะลุยในเส้นทางวิบาก เช่นนั้นแล้วถ้าอยากได้รถสวยๆ มีเสน่ก็ต้องดูเรื่องของทรงรถให้ดีๆ ระยะช่องไฟของชิ้นตัวถังส่วนต่างๆ มีความสม่ำเสมอหรือไม่ ตัวถังมีการปิดการโป้วจนหนาเตอะหรือหลายจุดเกินไปไหม การที่จะมีสีโป้วบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาของการใช้รถ แต่ถ้าเยอะเกินก็น่าคิด แต่เรื่องสภาพกายภายนอกของเจ้าแมงหวี่คิดว่าคนรักคนเล่นมันเมื่อเจอเนื้อคู่คงถูกตาต้องใจกันได้เอง ประมาณว่าเคมีตรงกัน ถูกโฉลกอะไรทำนองนั้น ถ้าคิดว่าคันนี้แหละใช่ ก่อนที่จะตัดสินใจก็พิจารณาจุดสำคัญๆ เพิ่มอีกสักหน่อยคือเรื่องของความ “ผุ”

27 copy 28 copy 29 copy

ตรวจสอบว่าพื้นรถมีผุไหม มีผุบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาตามอายุการใช้งาน ประกอบกับเป็นรถที่ใช้งานแบบลุยๆ แต่ก็ไม่น่าจะมากเกินไป ต้องคิดถึงค่าซ่อมสี ปะ ผุ ด้วย

เจ้าแมงหวี่มีจุดสำคัญๆ หลักๆ ที่ควรจะตรวจสอบนอกจากผิวตัวถังภายนอกแล้วก็คือ พื้นที่วางเท้าในห้องโดยสารทั้งฝั่งคนนั่งและคนขับ ตรงนี้ต้องขออนุญาตพี่เจ้าของรถเปิดผ้ายางดูสักหน่อย พื้นเดิมๆ ตรงที่วางเท้าจะมีรูระบายน้ำตรงที่วางเท้าฝั่งละ 2 รูพร้อมยางปิดไว้ แต่ด้วยอายุการใช้งานยางปิดคงยากที่จะอยู่ให้เห็น ก็ให้ดูว่ารูระบายน้ำผุเป็นวงกว้างหรือไม่ แล้วพื้นที่ใกล้เคียงมีผุด้วยไหม ต้องสังเกตดีๆ เพราะพื้นที่วางเท้าเดิมทีจะมีแผ่นฟลิ้นโค้ทติดอยู่ด้วย ซึ่งนั่นไม่ใช่ผิวเหล็ก เมื่อมองจากด้านในห้องโดยสารแล้ว ก็ก้มลงไปดูใต้ท้องรถด้วยว่าแผ่นพื้นที่วางเท้าด้านใต้มีผุหรือไม่ ผุแค่ไหน การที่มีผุบ้างเป็นเรื่องทำธรรมดา แต่บางคันผุกร่อนกันเลยก็มี ถ้าเหยียบไม่ดีอาจมีทะลุ

อีกจุดหนึ่งที่สำคัญก็พื้นกระบะถ้าเป็นรุ่นตู้ปลาให้เปิดฝาท้ายออกแล้วเปิดผ้ายางออกดูส่วนใหญ่มักจะผุบริเวณขอบๆ กระบะหรือใกล้ๆ กับซุ้มล้อ ถ้าเป็นรุ่น SPORTY ตรงนี้ก็ดูง่ายหน่อย และเช่นกันก้มดูจากด้านใต้ท้องรถด้วย และไล่ดูไปจนถึงซุ้มล้อเพราะเป็นจุดที่ชอบผุ ในรุ่นตู้ปลาถ้าเจอสภาพเดิมๆ ผ้ายางเดิมๆ มีพรมวางอยู่เดิมๆ อย่าเพิ่งดีใจว่าได้รถสวยๆ เดิมๆ เพราะพรมของเจ้าแมงหวี่สะสมความชื่นดีนักแล และถ้าเจ้าของไม่ค่อยมั่นทำความสะอาดเหล็กพื้นกระบะหลังก็จะผุได้ ถ้ามีปูดๆ บ้างก็ถือว่าเล็กน้อย แต่ถ้ารถปีใหม่ๆ หน่อยโดยเฉพาะรุ่น SPORT MIND เรื่องแผลผุเหล่านั้นน่าจะมีน้อยที่สุด เพราะว่ารถยังใหม่อยู่ ถ้าสักปี 2004 ก็เท่ากับ Honda City รุ่น i-DSI ซึ่งยังเห็นวิ่งกันสวยๆ ดีอยู่ ดังนั้นเจ้า SPORT MIND ก็ไม่น่าจะขี้เหร่นัก ไม่งั้นไม่คุ้มราคานะ

ถัดมาก็เปิดฝากระโปรงเช็กตามซอกต่างๆ เช่น ใต้ฐานวางแบตเตอรี่ซึ่งน้ำกลั่นมักจะล้นออกมาทางรูระบายแล้วกัดเหล็กบริเวณนั้นจนผุ ตามซอกด้านหลังโคมไฟหน้า ฯลฯ ก็ลองเช็กดู อ้อ เปิดฝากระโปรงมาก็ดูเรื่องการชนปะทะด้านหน้าด้วยว่ามีชนหนักมาไหม อันนี้ก็การเช็กรถทั่วๆ ไป

30 copy

SPORT MIND บางคันไปติดตั้งหลังคาเพิ่มเอง บางคนก็เรียกสับสันว่าเป็นตู้ปลา นอกจากนี้ยังมีตู้ปลาบางคันไปเปลี่ยนหลังคาเป็นแค็ปหรือที่เรียกกันว่า Big Cab แล้วก็บอกว่าเป็น SPORTY ก็มี

เท่าที่ตามล่าหาเจ้าแมงหวี่มาหลายคันการที่จะหาสภาพนางฟ้าโดยเฉพาะในช่วงนี้ และที่สำคัญในราคาที่สมเหตุสมผลอยากอยู่ไม่ใช่น้อย การที่จะหาแมงหวี่ทที่มีสภาพครบถ้วนสมบูรณ์ก็ไม่ได้เจอกันง่ายๆ ก็ต้องพิจารณาและยอมรับกันตามความเหมาะสม แต่ก็เห็นพี่ๆ หลายๆ คนมักไม่ได้เน้นเรื่องตัวถังสักเท่าไร เรียกว่าไม่ต้องถึงกับเนี้ยบ ขอแค่ไม่เน่ามากก็พอ ทรงรถโอเค สีพอใช้ วิ่งได้แอร์เย็นเป็นพอ แต่จะไปเน้นที่ออปชันเรื่องของการปรับแต่งมากกว่าว่ายกสูงไหม ยกแบบไหน ใต้เพลาเทิร์นเพลา ทดเฟืองหรือยัง มีวินซ์ไหม ฯลฯ อันนี้ก็แล้วแต่ความพึงพอใจของแต่ละคน

ทางด้านเครื่องยนต์ส่วนใหญ่จะจับให้ดมแก๊ส (LPG) เพื่อความประหยัด ก็ตรวจสภาพความสมบูรณ์ของเครื่องยนต์ทั่วๆ ไป ดูว่าเครื่องหลวมไหม ถ้าหลวมๆ แค่ไหน ก็ต้องต่อรองราคากันดู แต่จุดหนึ่งที่ควรระวังสักหน่อยคือเรื่องปัญหาความร้อน เป็นไปได้ควรสตาร์ทเครื่องดูการทำงานและการระบายความร้อนนานๆ หน่อย ดูว่าน้ำในหม้อน้ำหมุนเวียนปกติไหม มีน้ำดันออกทางฝาหม้อน้ำไหม สตาร์ทเครื่องเดินเบาไว้สักพักเพื่อสังเกตอาการ เพราะฝาสูบมักมีปัญหาโดยเฉพาะปีเก่าๆ บางคันบอกเพิ่งทำฝามาก็ไม่แน่ว่าจะทำจบ

อื่นๆ เช่น ช่วงล่าง เดิมๆ หรือว่าทำมาบ้างเทิร์นเพลาแล้ว ยางใหญ่ แต่ยังไม่ทดเฟือง หรือทดเฟืองแล้ว บางคันมีย้าย

แผงแอร์มาไว้ใต้ท้อง บางคันก็เอาถังแก๊สมาติดใต้ท้อง อ้อ อีกอย่างหนึ่งคือพวงมาลัย รุ่นตู้ปลาจะไม่มีเพาเวอร์มาให้ต้องมาติดเอง แต่รุ่น SPORTY และ SPORT MIND จะมีมาให้จากโรงงาน ต่างๆ เหล่านี้ไม่มีมาตรฐานตายตัว เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา ลองขับ และตกลงราคากันเองตามความพอใจ

ประสบการณ์กับเจ้าแมงหวี่

หลังจากที่เฝ้าฝันมานานว่าจะลองคบหากับเจ้าแมงหวี่สักครั้งเมื่อมีโอกาส แม้จะมีเสียงทัดทานอื้ออึงก็จะไม่ยอมพลาด มีโอกาสได้ลองใช้แมงหวี่ทุกรุ่นตั้งแต่ตู้ปลาปี 90 (หลังคา 2 ตอน), ปี 93 (หลังคาตอนเดียว) SPORTY ปี 96 และ SPORT MIND แต่ยังไม่มีโอกาสได้แต่งอะไรตามใจตัวเองเลย ขับในสภาพตามที่ได้มา อารมณ์การใช้งานแตกต่างกันไป เจอปัญหาต้องเก็บต้องซ่อมบ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่ซีเรียสเลยเพราะค่าเลี้ยงดูพื้นฐานไม่สูง ราคาถือว่าย่อมเยานะ หรือจะว่าไปถึงการปรับแต่งก็เถอะ ราคาถือว่าถูกกว่าออฟโรดรุ่นอื่นๆ อยู่พอสมควรทีเดียว

การขับในส่วนของตู้ปลาคันแรกที่ได้มาฟิลลิ่งเหมือนขี่พรม (คำจำกัดความส่วนตัว) คือโยนไปโยนมา ก็สนุกดี แต่ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยเซ้นซิทีฟมากกับการขับรถ ขับอะไรก็ได้ง่ายๆ เลยไม่ซีเรียสกับมันเท่าไร ประกอบกับอยากได้เป็นทุนเดิม เลยกลายเป็นความสนุกและความตื่นเต้นไป เจอเหมือนกันคันที่กระด้างจนแขนขาล้า เพราะรถเดิมมาก แหนบเดิม (ล้าเต็มที) โช้คเดิม ขับแล้วเหมือนเกวียนจริงๆ แค่ผิวถนนต่างระดับนิดเดียวกระแทกดังตึงๆ แต่เมื่อเปลี่ยนแหนบ (มือสอง) เปลี่ยนโช้คสักหน่อยก็ขับได้สบายขึ้น

จากนั้นเปลี่ยนไปขับ SPORTY บ้าง เพราะเริ่มไม่ชอบตู้ปลาตรงมันชอบดัง ครึงๆ ครึงๆ ดังมาจากบริเวณหลังคาซึ่งเป็นไฟเบอร์และให้ตัวได้ เลยคิดว่าเจ้า SPORTY ซึ่งหลังคาสั้นกว่า เล็กลง ไม่น่าจะมีเสียงแบบนั้น อีกทั้งดูเท่ดีด้วย แต่ที่ไหนดังเหมือนกันเลย ซื้อมาก็ใช้ไปอย่างนั้น ไม่ได้แต่งอะไรเลย ก็ไม่ได้เท่เท่าไร การใช้งานในชีวิตที่เป็นเลยไม่สะดวกเท่าตู้ปลาซึ่งมีหลังคาเต็มแบบรถแวนหรือรถอเนกประสงค์ เพื่อนหรือคนที่บ้านไปด้วยกันนั่งได้หลายคนสบายๆ เปิดท้ายวางของไม่ต้องกลัวเปียก

และอีกอารมณ์ตู้ปลาก็ลองแล้ว SPORTY ก็ลองแล้ว ฟิลลิ่งเหมือนกัน กระด้างแฮะ แข็งเหมือนกันนะ 555 อยากขับนุ่มๆ บ้าง แต่แทนที่จะไปเซ็ตช่วงล่าง ขอลองขับ SPORT MIND สักหน่อย เห็นเขาว่าทางโรงงานเซ็ตช่วงล่างให้มันใหม่จะนุ่มกว่าพวกตู้ปลา ก็นุ่มกว่าจริงๆ แต่ก็ไม่เท่าไร ในความรู้สึกคิดว่าไม่ต่างกันมาก ถ้าเอาตู้ปลาหรือ SPORTY ไปเซ็ตช่วงล่างกับสำนัก CARIBIAN เก่งๆ ก็คงได้ความนุ่มไม่แพ้ SPORT MIND เผลอๆ นุ่มกว่าขับดีกว่าด้วย แต่ SPORT MIND ก็ได้ความใหม่ความสดของตัวรถซึ่งมีความทันสมัยขึ้นมาหน่อย

ประสบการณ์ด้านการซ่อมบำรุง เจออาการไดชาร์จเสีย ไดสตาร์ทเสีย ขับไปแวะร้านไฟข้างทางที่ไหนก็ซ่อมได้หมดสะดวกดี ราคาค่าแรงค่าอะไหล่ก็เบาๆ สบายกระเป๋า มีอยู่คันหนึ่งไปขับมาจากเชียงใหม่ หม้อน้ำตันแวะทำอู่เพลิงหมาแหงนริมทางชั่วโมงกว่าๆ ค่าซ่อม 4 ร้อยบาทก็ขับต่อได้ พวกอะไหล่ชิ้นส่วนตัวถัง ของแต่ง เช่น กันชนทรง ARB การ์ดกันกระจก โป่งล้อ ฯลฯ ก็มีให้เลือกหาทั้งของใหม่และมือสองของคนรัก CARIBIAN เอามานำเสนอแลกเปลี่ยนกัน

เป็นรถออฟโรดที่น่าใช้รุ่นหนึ่ง และเชื่อว่าเป็นรถในฝันของหลายๆ คนด้วย ถ้ามีโอกาสก็ลองสัมผัสมันดูสักครั้ง นี่เป็นเพียงเรื่องราวและเรื่องเล่าของเจ้าแมงหวี่เท่านั้น โอกาสต่อไปจะนำความหลากหลายในการตกแต่งมาเล่าสู่กันฟังอีก

** บทความและภาพประกอบเป็นลิขสิทธิ์ของทางเว็บไซต์ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here