ปัญหาเกียร์ CVT เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

0
7,914 views

เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นระบบเกียร์ที่มีคุณสมบัติการถ่ายทอดกำหลังที่ราบเรียบ ต่อเนื่อง และนุ่มนวล เรียกว่ามีการถ่ายทอดกำลังงานที่สมูทกว่าระบบเกียร์อัตโนมัติแบบเดิมเนื่องจากเป็นระบบสายพาน แต่เมื่อมีการใช้งานได้ไม่นานเริ่มมีปัญหาการใช้งานเกิดขึ้นจนผู้ใช้รถหลายคนรู้สึกว่า ตกลงเกียร์ CVT นี่ดีจริงหรือ?

ในแง่ของคุณสมบัติต้องบอกว่าเกียร์ CVT เป็นเกียร์ที่มีความสมูธในการถ่ายทอดกำลังงานกว่าเกียร์แบบเดิมที่เป็นฟันเฟืองจริงๆ แต่เรื่องของปัญหาจะว่าไปแล้วเกียร์ CVT ก็ใช่ว่าจะไม่ดีหรือจะมีปัญหามากกว่าเกียร์อัตโนมัติแบบอื่นๆ ในช่วงแรกอาจจะดูว่ามีปัญหาสักหน่อย จะว่าไปแล้วก็เป็นธรรมดาของระบบใหม่ๆ เมื่อถูกนำมาใช้งานจริงในช่วงแรกก็อาจจะพบจุดบกพร่องที่ผู้ผลิตต้องแก้ไข ก็เหมือนกับคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนที่รุ่นแรกๆ มักจะมีบั๊กและปัญหาปลีกย่อยที่ต้องตามแก้ แต่ด้วยความที่เกียร์ CVT เป็นระบบที่ใหญ่กว่าติดตั้งอยู่กับรถยนต์ซึ่งมีผลเรื่องของสมรรถนะและความปลอดภัยด้วย ที่สำคัญราคาไม่ใช่ถูกๆ จึงสร้างความกังวลใจให้ผู้ใช้ค่อนข้างมาก

เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมาพอสมควรแล้ว อายุการใช้งานและปัญหาที่พบในเกียร์ CVT ก็ดูจะไม่ต่างจากเกียร์อัตโนมัติระบบอื่นๆ ถ้าไม่นับรวมเกียร์ที่มีปัญหาจากการผลิตหรือการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง CVT ก็สามารถที่จะใช้งานได้นับแสนกิโลเมตรกว่าที่จะเริ่มแสดงอาการหรือปัญหาออกมา ส่วนค่าใช้จ่ายก็อยู่ที่ประมาณ 30,000 – 45,000 บาทแล้วแต่รุ่นแล้วแต่สาเหตุ เป็นระดับราคาทั่วๆ ไปในการซ่อมเกียร์อัตโนมัติ

เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ใช้รถที่มีระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ในครั้งนี้ ผมจึงได้ติดต่อขอข้อมูลจากอู่พรมประสิทธิ์ ทรานสมิทชัน ในการช่วยไขข้อสงสัยหรือให้คำแนะนำว่าปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับเกียร์ CVT มีอะไรบ้าง ปัญหาที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากอะไรหรือระบบไหนของเกียร์ ตลอดจนการซ่อมบำรุงต้องทำอย่างไร

อู่พรมประสิทธิ์ ทรานสมิทชัน เป็นอู่ซ่อมเกียร์อัตโนมัติแห่งหนึ่งที่ได้รับการยอมรับว่ามีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยตรงและเปิดให้บริการมานานแล้วมีประสบการณ์ในการซ่อมเกียร์อัตโนมัติตั้งแต่ยุคแรกๆ และ เฮียชัย คุณณัฐจิรพัส นรวิชญ์เดชสกุล เจ้าของอู่ผู้ที่ให้ข้อมูลกับเราในครั้งนี้ยังได้ผ่านการอบรมการซ่อมเกียร์มาจากต่างประเทศด้วย

สาเหตุของปัญหาที่พบได้ในเกียร์ CVT

เกียร์ CVT เป็นอะไหล่ชิ้นหนึ่งในรถยนต์ที่ผู้ผลิตรถยนต์รับมาจากผู้ผลิตเกียร์ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์อีกทีหนึ่ง ผู้ผลิตเกียร์ที่ดูเหมือนจะได้รับการพูดถึงค่อนข้างบ่อยในช่วงที่ผ่านมาก็คือ Jatco หรือแจทโก้ ถ้าจะออกเสียงแบบญี่ปุ่นก็ต้องเป็นจาโตโกะ เหตุผลที่เกียร์ของผู้ผลิตรายนี้ได้รับการพูดถึงค่อนข้างมากแม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการสอบถามถึงปัญหา แต่ก็คงไม่ใช่เพราะสาเหตุนั้นเสียทั้งหมด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ Jatco ถูกนำไปใช้กับรถยนต์ของหลายยี่ห้อและหลายๆ รุ่น เช่น Nissan หรือ Suzuki

แต่นอกจาก Jatco แล้วก็ยังมี Aisin ด้วยที่มีการผลิตเกียร์ CVT ให้กับทาง Toyota ไม่ว่าจะเป็นเกียร์ของผู้ผลิตรายใดก็ตาม เมื่อพูดถึงการเป็นเกียร์ CVT แล้วก็มีระบบและชิ้นส่วนอุปกรณ์ไม่ต่างกัน เรียกว่าหลักการทำงานเหมือนๆ กัน เมื่อเกียร์มีปัญหาก็จะมีสาเหตุมาจากระบบเดียวกัน ซึ่งปัญหาและสาเหตุที่พบได้ในเกียร์ CVT มีดังนี้

สายพานเกียร์ CVT เสีย

สายพานของ CVT Transmission มีทั้งแบบที่เป็นยาง (Rubber), สายพานแบบพิน (Rocker Pin) และสายพานเหล็ก (Steel) สายพานของเกียร์ CVT ที่ใช้ในบ้านเราส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบเหล็กหรือ Steel Belt เพื่อให้เห็นภาพจะขออธิบายถึงการทำงานของสายพานสักเล็กน้อย

ภาพจาก : YouTube : Thomas Schwenke

สายพานจะส่งถ่ายกำลังงานระหว่างพูลเล่ย์ 2 ตัว ตัวหนึ่งเป็น Input อีกตัวเป็น Output พูลเลย์ทั้ง 2 ตัวสามารถขยับได้ การขยับของพูลเลย์จะทำให้สายพานมีการยืดและหด ซึ่งการยืดและหดของสายพานก็คือการเปลี่ยนอัตราทดนั่นเอง

ส่วนของสายพานที่สัมผัสและมีการเสียดสีไปพูลเลย์ตลอดเวลาคือขอบด้านข้าง (ดูภาพจะเข้าใจง่ายขึ้น) ซึ่งขอบของสายพานตรงนี้เองที่เมื่อใช้งานไปนานๆ จะมีการสึกหรอและทำให้การถ่ายทอดกำลังไม่มีประสิทธิภาพ เป็นปัญหาที่มักพูดกันว่าเกียร์สลิปหรือเกียร์วืด เหนียบคันเร่งแต่รถไม่วิ่ง เร่งไม่ออก

สายพานที่เสียหรือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกียร์สลิป (ตามภาพ) จะเห็นว่าด้านข้างของสายพานถูกเสียดสีจนเนื้อของโลหะสึกหรอไป เมื่อเปรียบเทียบกับสายพานที่ยังมีสภาพที่ดีหรือสายพานใหม่จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน

หน้าตาสายพานของเกียร์ CVT แบบ Steel Belt
สภาพของสายพานที่สึกหรอเนื่องจากการใช้งาน
นี่คือสายพานมือสอง แต่เป็นสายพานที่ยังมีสภาพดี ขอบด้านข้างยังไม่สึกหรอ
นี่คือสายพานใหม่แกะกล่อง สังเกตุว่าขอบด้านข้างยังมีซี่เล็กๆ อยู่เลย

นอกจากขอบด้านข้างของสายพานจะสึกหรอแล้ว อีกความผิดปกติหนึ่งของสายพานที่เกิดขึ้นจากอายุการใช้งานคือระยะช่องว่างของสายพานจะเพิ่มมากขึ้นด้วย

สายพานที่มีสภาพดีระยะห่างของช่องว่างตรงนี้จะต้องเท่ากันตลอดทั้งเส้น

สายพานเกียร์ CVT ไม่สามารถซ่อมได้ เมื่อเกิดการสึกหรอจะต้องทำการเปลี่ยนใหม่ทั้งเส้น และในกรณีนี้ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนเฉพาะสายพานเท่านั้น ต้องตรวจสอบสภาพผิวหน้าของพูลเลย์ที่สัมผัสกับขอบของสายพานด้วยว่ามีการสึกหรอหรือไม่ ถ้าสึกหรอก็จะต้องทำการขัดผิวหน้าใหม่ให้เรียบถ้าเปลี่ยนสายพานใหม่แต่ผิวหน้าของพูลเลย์ยังเป็นรอยไม่นานสายพานก็จะเสียอีก

สายพานกับพูลเลย์เป็นชิ้นส่วนที่ทำงานร่วมกัน
สภาพผิวหน้าของพูลเลย์ที่เป็นรอยเนื่องจากการเสียดสีกับสายพาน
ผิวหน้าของพูลเลย์ต้องเรียบแบบนี้ถึงจะอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน

Pressure Control Valve เสีย

Pressure Control Valve หรือโซลินอยด์วาล์วจะติดตั้งอยู่กับ Valve Body หรือส่วนที่ควบคุมการทำงานของเกียร์ทำหน้าที่ในการควบคุมแรงดันน้ำมันในระบบ จะมีแกนวาล์วอยู่ด้านในซึ่งมีการทำงานหรือการเปิด-ปิดแบบลิเนียร์ เมื่อโซลินอยด์ตัวนี้เสียไม่ว่าจะด้วยแกนวาล์วขัดข้องหรือระบบไฟฟ้าของตัวโซลินอยด์เสียก็ตาม เมื่อแกนวาล์วนี้ทำงานผิดปกติก็จะส่งผลให้การทำงานของเกียร์มีปัญหาไปด้วย ปัญหาที่พบได้ เช่น เกียร์กระตุก จังหวะการเปลี่ยนเกียร์เพี้ยนหรือไม่ปกติ บางทีก็เปลี่ยนบางทีก็ไม่เปลี่ยน เป็นต้น

Pressure Control Valve จะติดอยู่กับ Valve Body

การซ่อมแซมก็คือ ต้องถอด Valve Body ออกมาแล้วทำการเปลี่ยนโซลินอยด์ตัวนี้ใหม่ พร้อมกันนั้นควรจะต้องทำการตรวจเช็กระบบการทำงานของ Valve Body ด้วย

เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกียร์ทำงานผิดปกติหรือการตอบสนองของเกียร์ผิดเพี้ยนไป

ลูกปืนเกียร์แตก

ลูกปืนเกียร์ CVT จะเป็นตลับลูกปืนขนาดใหญ่พอสมควร ถ้าลูกปืนเกียร์แตกจะมีเสียงดังคล้ายๆ ลูกปืนล้อแตกเกิดขึ้นภายในเกียร์ ถ้าพบว่ามีเสียงดังผิดปกติมาจากเกียร์ควรรีบนำรถเข้าตรวจเช็กและทำการซ่อมก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย ถ้าปล่อยไว้หรือฝืนใช้ไปอย่างนั้น จากที่จะต้องเปลี่ยนแค่ลูกปืนอาจจะต้องเปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่เลย เพราะถ้าลูกปืนแตกออกจากตลับจะเข้าไปทำให้ระบบต่างๆ ภายในเกียร์พังไปด้วย ซึ่งชิ้นส่วนอื่นๆ ภายในเกียร์จากที่ไม่มีปัญหาอะไรเลย อาจจะเสียหายจนไม่สามารถซ่อมได้ ก็คิดดูว่าถ้าเม็ดลูกปืนเข้าไปเบียดไปบดกับชิ้นส่วนต่างๆ มันจะสึกหรอและเสียหายแค่ไหน และถ้าจะต้องเปลี่ยนลูกปืนก็ควรที่จะเปลี่ยนใหม่ทุกจุดทุกตลับที่มีอยู่ภายในเกียร์ไปเลยในคราวเดียว

ทอล์คคอนเวอร์เตอร์เสีย

ทอล์คคอนเวอร์เตอร์ (Torque Converter) เป็นส่วนที่อยู่ตรงกลางระหว่างเครื่องยนต์และชุดเกียร์ทำหน้าที่ในการรับกำลังงานจากเครื่องยนต์และถ่ายทอดกำลังงานไปยังเกียร์ ปัญหาของทอล์กที่ส่งผลต่อการทำงานของเกียร์และพบบ่อยก็คือ รถเร่งไม่ขึ้นหรือวิ่งไม่ออกเหมือนไม่มีแรง ซึ่งมีสาเหตุมาจากไลน์นิ่วไกด์ของ Lock Up Clutch สึกหรอ ไลน์นิ่งไกด์บน Lock Up Clutch ก็เหมือนกับผ้าคลัชท์ของเกียร์ธรรมดาที่เวลาผ้าคลัทช์หมดกำลังจากเครื่องยนต์ก็ถูกส่งไปยังเกียร์ได้ไม่เต็มที่หรือมีอาการคลัทช์ลื่น

ไลน์นิ่งไกด์บน Lock Up Clutch ที่มักสึกหรอเมื่อใช้งานไปนานๆ

ปัญหาอื่นๆ ที่พบได้ โดยอาจจะไม่แสดงอาการให้เห็นระหว่างการใช้งาน แต่จะพบได้เมื่อมีการผ่าทอล์กออกมาเช่น บูชที่ตัวสเตเตอร์ (Stater) ซีลที่ตัวอิมเพลเลอร์ (Impeller) หรือจุดอื่นๆ ที่เริ่มแข็งตัว

ลูกปืนสเตเตอร์จะต้องหมุนได้ทางเดียว ถ้าหมุนกลับไปกลับมาได้แสดงว่าเสียแล้ว
ซีลเฟืองสไปน์ที่อิมเพลเลอร์ ต้องผ่าทอล์คออกมาถึงจะเห็น ส่วนใหญ่ควรจะต้องเปลี่ยนเพราะยางเริ่มแข็งแล้ว

การแก้ปัญหาเกียร์ CVT (CVT Transmission) คงมีอยู่ 2 แนวทางคือ ไม่ซ่อมก็เปลี่ยน เปลี่ยนในทีนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่ เพราะเกียร์ CVT ของใหม่มีราคาค่างวดตกลูกละประมาณ 150,000 บาท ไม่ใช่ถูกๆ เลย แค่เห็นราคาก็ส่ายหน้าแล้ว การเปลี่ยนเกียร์ก็คือ การเปลี่ยนเกียร์มือสอง ซึ่งอย่างที่ผมเคยเขียนถึงเรื่องเกียร์ CVT ไปก่อนหน้านี้ การเปลี่ยนเกียร์ CVT มือสองก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

การซื้อหรือเลือกเกียร์ที่มีสภาพดีก็เรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของตาดีได้ตาร้ายเสียอยู่เหมือนกันก็ใครจะรู้ว่าข้างในมันยังดีอยู่ไหม ดีแค่ไหน เพราะมันก็เป็นเกียร์ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว แต่สิ่งที่ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายในการเปลี่ยนเกียร์ CVT มือสองคือ บางครั้งซื้อเกียร์มาตรงรุ่นแต่ก็ใช่ว่าจะใส่ด้วยกันได้เลย ปัญหาที่พบได้มีอยู่ 2 อย่างคือ ซอฟต์แวร์เข้ากันไม่ได้ เหมือนระบบควบคุมไม่รองรับกัน กับอีกปัญหาที่เฮียชัยบอกว่ามักพบอยู่เสมอๆ คือ เกียร์รุ่นเดียวกันแต่อัตราทดไม่เหมือนกัน วิธีแก้ปัญหาของเฮียชัยคือ ทำการเปลี่ยนอัตราทดให้ใหม่ ใช่ว่าซื้อเกียร์มือสองตรงรุ่นแล้วจะมาใส่กันได้เลย ต้องมานั่งรื้อกันใหม่อีก

ปัญหาน่าเบื่อ ซ่อมแล้วทำไมไม่จบ

ถ้าเกียร์เดิมสภาพยังดีอยู่ ปัญหาที่พบไม่ใช่ปัญหาใหญ่การซ่อมก็เป็นแนวทางที่ดี ทั้งนี้ต้องได้รับการซ่อมกับช่างที่รู้จริงด้วย ถ้าช่างไม่รู้จริงก็จบเหมือนกัน คนใช้รถได้จบเห่กระเป๋าแฟบแน่ๆ ซึ่งมีให้เห็นบ่อยๆ ที่ซ่อมแล้วไม่จบ นี่เป็นสาเหตุสำคัญเลยก็ว่าได้ที่ทำให้คนใช้รถกลัวและกังวลไม่น้อยเมื่อรู้สึกว่าเกียร์กำลังจะมีปัญหา

การที่ผู้ใช้รถหลายคนประสบปัญหาว่าซ่อมเกียร์แล้วไม่หาย มีสาเหตุที่เป็นไปได้คือ…

– ช่างไม่มีประสบการณ์ ไม่รู้ว่าปัญหาที่แท้จริงเกิดจากอะไร ซ่อมไม่ตรงจุด ต่อเนื่องไปถึง…

– ซ่อมไม่ครอบคลุม อย่างที่บอกไปว่าเมื่อผ่าเกียร์ออกมาแล้ว ควรตรวจสอบความผิดปกติส่วนอื่นๆ ด้วย ถ้าพบว่าอะไรควรซ่อมหรือแก้ไขก็ทำไปในคราวเดียว เสียเงินรอบเดียว ไม่ใช่ตรวจเช็คและซ่อมเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งตามที่พบปัญหาในตอนนั้นแค่นั้น

– ไม่รอบครอบ อะไหล่เกียร์ CVT บางอย่างไม่สามารถสั่งซื้ออะไหล่ที่เป็นของใหม่ได้ จะต้องหาอะไหล่มือสองมาใส่แทน ในการซ่อมที่ดีเมื่อได้อะไหล่มาแล้วควรทำการตรวจเช็กด้วยว่าอะไหล่ที่ได้มานั้นมีสภาพอย่างไร มีปัญหาอะไรหรือไม่เพราะอย่างไรก็เป็นของที่ใช้แล้ว ควรทำการบิ้วหรือฟื้นฟูให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดก่อนที่จะใส่เข้าไป ไม่เช่นนั้นก็จะใช้งานได้ไม่นานและจะพบปัญหาเหมือนเดิมอีก

เฮียชัยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าในการซ่อมของตนไม่ว่าจะเป็นเคสใดก็ตาม จะซ่อมส่วนไหนหรือระบบใดก็ตาม พื้นฐานที่ต้องทำเลยก็คือการเปลี่ยนชุดซ่อมของเกียร์รุ่นนั้นๆ ให้ใหม่ ชุดซ่อมก็จะเป็นพวกซียยางและปะเก็นต่างๆ พร้อมทั้งล้างและตรวจเช็กชิ้นส่วนภายในใหม่ทั้งหมด เช่น ระยะเคลียร์แลนซ์ของทอล์คคอนเวอร์เตอร์ ชิ้นส่วนภายใน Valve Body และอื่นๆ ถ้าตรวจเช็คอย่างละเอียดยังไงก็สามารถซ่อมและใช้งานได้เป็นปกติ และใช้งานได้นานคุ้มค่าซ่อมแน่นอน

จะให้ดีเมื่อยกเกียร์ลงมาซ่อมแล้วก็ควรเปลี่ยนชุดซ่อมพวกซีลและปะเก็นใหม่ยุกชุดไปเลย
เสื้อเกียร์ที่ผ่านการล้างด้วยน้ำยาและระบบการล้างที่ได้มาตรฐาน

เรื่องของอะไหล่ต้องดูเป็นกรณีเป็นชิ้นๆ ไป ถ้าอะไหล่ชิ้นไหนสามารถสั่งซื้อของใหม่ได้ก็จะใช้ของใหม่ แต่ถ้ามีของใหม่แต่ลูกค้าต้องการใช้ของมือสองเพื่อลดค่าใช้จ่ายก็ได้เช่นกัน เรื่องของอะไหล่เกียร์ CVT เฮียชัยบอกว่าถ้าเป็นเกียร์ของ Jatco ยังพอที่จะสั่งซื้ออะไหล่ใหม่ได้บ้าง แต่เกียร์ของ Aisin ส่วนใหญ่แล้วต้องหาของเทียบหรืออะไหล่มือสองเท่านั้น

การซ่อมเกียร์จะไม่เหมือนกับการซ่อมเครื่องยนต์ ที่ค่อยๆ ไล่สาเหตุหรือซ่อมเป็นจุดๆ ได้ เช่น วาล์วยันก็ตั้งวาล์ว ฝาสูบรั่วก็ถอดแค่ฝาสูบ แคร้งรั่วก็ถอดแคร้งออกมาเปลี่ยนซีลใหม่ แต่การซ่อมเกียร์ไม่ว่าจะซ่อมอะไรก็ตามจะต้องยกเกียร์ลงหรือถอดเกียร์ออกจากรถเสมอ

การที่จะรู้ได้แน่ชัดว่าสาเหตุของปัญหาคืออะไรก็ต้องผ่าเกียร์ออกมาดูข้างในก่อน เบื้องต้นช่างอาจจะคาดเดาสาเหตุได้ว่าเกียร์มีปัญหามาจากอะไร แต่ก็ใช่ว่าเมื่อผ่าเกียร์ออกมาแล้วจะพบปัญหาแค่นั้น

การซ่อมเราจะซ่อมแค่สาเหตุที่พบก็ได้ แต่ประกอบเกียร์เสร็จแล้ว หากมีปัญหาอื่นๆ เกิดขึ้นอีกก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการยกเกียร์อีกรอบหนึ่งซึ่งไม่คุ้มแน่นอน ไหนจะเสียเงินหลายรอบและยังเสียเวลาอีก

จะซ่อมหรือจะเปลี่ยนดี เป็นหนึ่งำคถามยอดฮิต ถ้าเป็นผม ผมเลือกซ่อมก่อนยังไงก็ได้ไส้ในใหม่ (แม้จะเป็นอะไรมือสองก็ตาม) ถ้าช่างผ่าเกียร์ดูแล้วบอกว่าซ่อมแล้วไม่คุ้มก็ค่อยไปว่ากันในเรื่องของการเปลี่ยนเกียร์มือสอง

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here